Electromagnetic

แม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetics)

                                                                                                                                      

ลักษณะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

     1. การเปลี่ยนแปลงค่าของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้นสนามทั้งสองจึงมีค่าสูงสุดและต่ำสุดพร้อม ๆกัน หรือมีเฟสตรงกัน

     2. ทิศของสนามแม่เหล็กและทิศของสนามไฟฟ้าจะตั้งฉากซึ่งกันและกัน และตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ของคลื่นซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นตามขวาง

     3. ณ บริเวณใดมีคลื่นไฟฟ้าผ่านบริเวณนั้นจะมีสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าทันที

     4. อนุภาคที่มีประจุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่คงที่ จะมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา



สมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

     1.อัตราเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า=อัตราเร็วของแสง ซึ่ง = 3×10⁸ m/s
     2.ไม่ต้องใช้ตัวกลาง
     3.ถ่ายเทพลังงานจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
     4.เป็นคลื่นตามขวาง



     ถ้าเรียงลำดับสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากความยาวคลื่นจากมากไปน้อย จะได้ วิทยุ ไมโครเวฟ อินฟาเรด แสง อัลตราไวโอเลต รังสีเอ็กซ์ รังสีแกมม่า

ความสัมพันธ์ระหว่าง ความยาวคลื่น ความถี่ และความเร็ว เป็นดังนี้




คลื่นวิทยุ
      คลื่นวิทยุมีความถี่ช่วง 104-109 Hz สามารถแบ่งเป็นใหญ่ๆได้ 2 ประเภท ได้แก่

1. คลื่นดิน (Ground Wave) - คลื่นที่เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงขนานกับแนวพื้นโลก 

2. คลื่นฟ้า (Sky Wave) - คลื่นที่เดินทางจากพื้นโลกขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศแล้วสะท้อนกลับมายังพื้นโลก


คลื่นวิทยุมีการส่งสัญญาณแบบ 2 ระบบ

1. ระบบเอเอ็ม (Amplitude Modulation)
    มีช่วงความถี่อยู่ที่ 530-1600 kHz สื่อสารโดยใช้คลื่นเสียงผสมเข้าไปกับคลื่นวิทยุเรียกว่า"คลื่นพาหะ" โดยค่าแอมพลิจูดจะเปลี่ยนตามคลื่นเสียง
 
2. ระบบเอฟเอ็ม (Frequency Modulation)
    มีช่วงความถี่อยู่ที่ 88-108 MHz สื่อสารโดยใช้คลื่นเสียงผสมกับคลื่นพาหะ โดยความถี่ของคลื่นพาหะจะเปลี่ยนแปลงตามสัญญาณคลื่นเสียง  
คลื่นวิทยุปริศนา จากอีกฟากของจักวาล Fast Radio Burst (ตอนแรก)


คลื่นโทรทัศน์ และไมโครเวฟ
    คลื่นโทรทัศน์และไมโครเวฟมีความถี่ช่วง 108-1012 Hz มีประโยชน์ในการสื่อสาร แต่จะไม่สะท้อนที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์แต่จะทะลุผ่านชั้นบรรยากาศไปนอกโลก

คุณสมบัติของคลื่นไมโครเวฟ
  1. การสะท้อนกลับ
คลื่นไมโครเวฟเมื่อไปกระทบกับภาชนะที่เป็นโลหะ คลื่นไมโครเวฟไม่สามารถทะลุผ่านได้ และจะสะท้อนกลับหมด
  2. การส่งผ่าน
คลื่นไมโครเวฟสามารถทะลุผ่านภาชนะที่ทำด้วยแก้ว กระดาษ ไม้ เซรามิก และพลาสติกได้ 
  3. การดูดซึม
ปกติอาหารโดยทั่วไปจะประกอบด้วบโมเลกุลของน้ำในอาหารซึ่งจะดูดซึมคลื่นไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนอย่างรวดเร็ว เมื่อโมเลกุลของน้ำดูดซึมคลื่นไมโครเวฟแล้วจะสลายตัวในทันที

รังสีอินฟาเรด
    รังสีอินฟาเรด คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง 1011-1014 Hz หรือช่วงความยาวคลื่นประมาณ 700 nm-1 mm
กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal imaging camera)
    การถ่ายภาพความร้อนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการแปลงแสงอินฟราเรดเป็นสัญญาณไฟฟ้าและสร้างภาพโดยใช้ข้อมูลดังกล่าว เทคโนโลยีนี้ได้รับการปฏิวัติในเวลานั้น แต่ก็ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน แต่อุปกรณ์เหล่านี้จะจัดการจับข้อมูล

กล้องถ่ายภาพความร้อนช่วยให้ผู้คนมองเห็นสิ่งที่ดวงตาของพวกเขาทำไม่ได้นั่นคือการแผ่รังสีความร้อนที่มองไม่เห็นซึ่งปล่อยออกมาหรือสะท้อนจากวัตถุทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงสภาพแสง ประโยชน์สูงสุด

เทคโนโลยีการถ่ายภาพความร้อนถูกนำไปใช้ในการใช้งานที่หลากหลายในหลายภาคอุตสาหกรรม มีประโยชน์ที่ไม่สิ้นสุดของการใช้การถ่ายภาพความร้อนเช่นในการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลและการตรวจสอบสภาพความร้อนในระบบไฟฟ้า การตรวจสอบการรั่วของน้ำในผนังหรือกำแพง

รังสีอินฟาเรด ศัตรูตัวร้ายของผิวที่ควรหลีกเลี่ยง - mesoestetic | เซรั่ม  แอมพูล 

 

แม่เหล็ก และสนามแม่เหล็ก

     แม่เหล็ก เป็นสารที่สามารถดูด-ผลักกันเอง และสามารถดูดพวกสาร แม่เหล็กได้โดยการเหนี่ยวนำ โดยปกติจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และขั้วใต้

  • แรงระหว่างขั้วเหนือกับขั้วเหนือ จะเกิด แรงผลัก
  • แรงระหว่างขั้วใต้กับขั้วใต้ จะเกิด แรงผลัก
  • แรงระหว่างขั้วใต้กับขั้วเหนือ จะเกิด แรงดูด

     เมื่อนำแท่งแม่เหล็กแขวนให้วางตัวอยู่ในแนวระดับและสามารถหมุนได้อย่างอิสระแล้ว ขั้วเหนือของแท่งแม่เหล็กจะชี้ไปทางขั้วโลกเหนือ แสดงว่าที่ขั้วโลกเหนือจะมีสนามแม่เหล็กขั้วใต้ และที่ขั้วโลกใต้จะมีสนามแม่เหล็กขั้วเหนือ

     เส้นแรงแม่เหล็ก (Magnetic Line of Force) คือ เส้นที่แสดงทิศทางของแรงลัพธ์ที่แท่งแม่เหล็กทาต่อเข็มทิศหรือผงตะไบเหล็ก หรือเส้นที่แสดงทิศทางของสนามแม่เหล็กลัพธ์ที่จุดนั้นโดย

  • เส้นแรงแม่เหล็กรอบ ๆ แท่งแม่เหล็ก จะมีลักษณะเป็นเส้นโค้ง 2 มิติ และพุ่งจากขั้วเหนือไปขั้วใต้ แต่ภายในแท่งแม่เหล็ก เส้นแรงแม่เหล็กจะพุ่งจากขั้วใต้ไปขั้วเหนือ
  • เส้นแรงแม่เหล็กโลกบนพื้นที่เล็ก ๆ จะมีลักษณะเป็นเส้นขนานกันพุ่งไปทางทิศเหนือภูมิศาสตร์
  • เส้นแรงแม่เหล็กไม่ตัดกัน
  • บริเวณใดที่ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กผ่านบริเวณนั้นจะไม่มีสนามแม่เหล็ก และเรียกจุดนั้นว่า จุดสะเทิน (Neutural Point) ซึ่งแบ่งได้เป็น
    • จุดสะเทินที่เกิดจากแท่งแม่เหล็ก โดยไม่คำนึงถึงสนามแม่เหล็กโลก
    • จุดสะเทินที่เกิดจากแท่งแม่เหล็ก โดยมีสนามแม่เหล็กโลกมาเกี่ยวข้อง

     สนามแม่เหล็ก หรือ Magnetic Field คือ บริเวณที่แท่งแม่เหล็กส่งแรงไปถึงสารแม่เหล็ก และประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ (ไม่มีผลต่อประจุไฟฟ้าที่อยู่นิ่ง) ตรวจสอบได้ด้วยผงตะไบเหล็ก หรือเข็มทิศ

 

สิ่งที่ควรรู้

  • ภายนอกแท่งเเม่เหล็ก เส้นแรงแม่เหล็กจะมีทิศพุ่งออกจากขั้วเหนือ (N) เเละพุ่งเข้าสู่ขั้วใต้ (S) เสมอ
  • ภายในแท่งเเม่เหล็ก เส้นแรงเเม่เหล็กจะมีทิศจากขั้ว S พุ่งเข้าสู่ขั้ว N เสมอ
  • Flux แม่เหล็ก คือ จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก ใกล้แท่งแม่เหล็กจะมี Flux แม่เหล็กมาก แต่หากห่างแท่งแม่เหล็กจะมี Flux แม่เหล็กน้อย
  • สนามแม่เหล็กสม่าเสมอ คือ การที่มีเส้นสนามแม่เหล็ก เป็นเส้นตรงขนานกัน มีทิศทาง เดียวกัน และมีค่าเท่ากันทุก ๆ ตำแหน่ง 

 

 การหาทิศของแม่เหล็กไฟฟ้า

 สนามแม่เหล็ก

แรงที่แม่เหล็กกระทำต่อลวด

 

สนามไฟฟ้า (Electric field)

ชนิดของประจุมี 2 แบบ คือ ประจุบวก และประจุลบ

  1. ประจุบวก คือ จานวนโปรตอนมากกว่าจานวนอิเล็กตรอน (p > e)
  2. ประจุลบ คือ จานวนอิเล็กตรอนมากกว่าโปรตอน (e > p)

หมายเหตุ วัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้า คือ มีโปรตอนเท่ากับจานวนอิเล็กตรอน (p = e)

ข้อควรรู้

  • ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันจะผลักกัน ประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันจะดูดกัน
  • แรงดูดหรือแรงผลักนั้นเป็นแรงผลักนั้นเป็นแรงต่างกระทาร่วมกัน ตามกฎข้อที่ 3 ของนิวตัน
  • วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าจะดูดวัตถุที่เป็นกลางเสมอ

สนามไฟฟ้า (E) คือ แรงที่กระทำต่อประจุทดสอบหนึ่งหน่วยซึ่งวางไว้ที่ตำแหน่งใด ๆ เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็น นิวตันต่อคูลอมบ์โดยทิศของแรง F จะเป็นทิศเดียวกับสนามไฟฟ้า E เมื่อ q เป็นประจุบวก แต่ทิศของแรง F จะเป็นทิศตรงข้ามกับสนามไฟฟ้า E เมื่อ q เป็นประจุลบ

เส้นแรงไฟฟ้า ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ประจุบวกเส้นแรงไฟฟ้าพุ่งออก
  • ประจุลบเส้นแรงไฟฟ้าพุ่งเข้า
  • มีทั้งประจุบวกและลบเส้นแรงไฟฟ้าจะพุ่งจากบวกไปลบ
  • เส้นแรงไฟฟ้าจะไปหยุดนิ่งที่ผิวของตัวนาทรงกลมไม่พุ่งเข้าไปข้างใน

แรงในสนามไฟฟ้า 

     ในบริเวณสนามไฟฟ้าสม่ำเสมอ ถ้ามีประจุไฟฟ้าอยู่ในบริเวณ จะเกิดแรงกระทาบนประจุไฟฟ้า ทำให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในสนามไฟฟ้า

 

สนามไฟฟ้าแม้เหล็กคู่ขนาน 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ภัทรวดี พลภักดี 6/3 38